สวัสดีค่ะ แอร์ห่างหายการเขียนบทความไปนานเลย กลับมาแล้วนะ… ❤ เวลาเราทำอะไรเจ๋ง ๆ แล้วภูมิใจในตัวเอง เราชอบเนอะ เช่น เราเคยเขียนโค้ด เจ๋ง ๆ Solve โจทย์ยาก ๆ ได้ เราเคยตอบคำถามสวย ๆ เราเคยสอนเก่ง นักเรียนโคตรชอบ พอมีโจทย์เดิมมา เราพยายามทำแบบครั้งที่แล้ว เพราะว่าครั้งที่แล้วเราทำแบบนั้น แล้วมันได้ผลดี เช่น การเขียนโค้ด การพูด การเก็บ software requirement (ไม่ได้หมายถึงให้คิด programming pattern ใหม่นะ สำหรับคนที่แตะ ตรง programming pattern อย่างชำนาญแล้ว pattern เป็นสิ่งที่ดี แต่แอร์กำลังหมายถึงระดับที่เขียนโค้ด ที่แบบเห้ยไปก๊อปโค้ดตรงโน้นตรงนี้มา)

เสพติดภาพความสำเร็จเก่า ๆ ของตัวเอง?
เสพติดภาพความสำเร็จเก่า ๆ ของตัวเอง?

สวัสดีค่ะ แอร์ห่างหายการเขียนบทความไปนานเลย
กลับมาแล้วนะ… ❤

ขอบคุณภาพจาก THIRTY BELOW OR CLIMBING DENALI (6,190M) https://inasearchofbalance.com/2019/06/16/denali/

เวลาเราทำอะไรเจ๋ง ๆ แล้วภูมิใจในตัวเอง เราชอบเนอะ
เช่น เราเคยเขียนโค้ด เจ๋ง ๆ Solve โจทย์ยาก ๆ ได้
เราเคยตอบคำถามสวย ๆ
เราเคยสอนเก่ง นักเรียนโคตรชอบ

พอมีโจทย์เดิมมา เราพยายามทำแบบครั้งที่แล้ว เพราะว่าครั้งที่แล้วเราทำแบบนั้น แล้วมันได้ผลดี

เช่น การเขียนโค้ด การพูด การเก็บ software requirement
(ไม่ได้หมายถึงให้คิด programming pattern ใหม่นะ สำหรับคนที่แตะ ตรง programming pattern อย่างชำนาญแล้ว pattern เป็นสิ่งที่ดี แต่แอร์กำลังหมายถึงระดับที่เขียนโค้ด ที่แบบเห้ยไปก๊อปโค้ดตรงโน้นตรงนี้มา)

แต่ทุก ๆ ครั้ง เราทำแบบเดิมโดยไม่ดูปัจจัยแวดล้อมเลย ผลลัพธ์มันอาจจะดีเหมือนเดิม โดยที่เราก็ใช้ effort น้อยลง แล้วมันมีอะไรไม่ดี?

ก็ไม่มีนะ
ก็แค่…

เราไม่คมเท่าเดิม

จริง ๆ แล้วเราคม ได้กว่านั้นอีก

การนึกถึงความสำเร็จเดิม ๆ จะทำให้เราสบายใจและภูมิใจในตัวเอง
แต่ก็จะทำให้เรากลายเป็นมีดทู่ ๆ เล่มนึง

อย่ายึดติดกับตรงนั้น
เพราะ ทันทีที่เราทำได้ดี ในไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีคนที่ทำได้เหมือนเราแล้ว
ดังนั้น

คิดให้ดีกว่าเดิม

โปรแกรมเมอร์ ก็ควรจะฝึกเขียนโค้ดบนโจทย์เดิมได้ เช่นการทำ coding kata จะทำให้คุณคมกริบ

เวลาพูด หรือพรีเซ้นต์ ขอให้นึกถึงคำอธิบายที่หลากหลายขึ้น และศึกษาผู้ฟังในแต่ละครั้งให้ดี ก็จะถ่ายทอดได้ดีขึ้น ผู้ฟังจะเข้าใจได้มากขึ้น

จะทำอะไรแบบเดิมก็ตาม อยากให้เพิ่มกระบวนการคิดวิเคราะห์ลงไปเร็ว ๆ สักนิดนึง ใส่ความอดทนอดกลั้น ตบะญาณ เชื่อว่า นั่นจะทำให้เรา คมกริบ ขึ้นเรื่อย ๆ

หล่อ เท่

เท่ หล่อ

--

--

อาจารย์หมาป่าตนหนึ่งฝึกฝนวิทยายุทธ์มานาน เก่งกล้าสามารถ องอาจเหลือเกิน อาจารย์หมาป่าผู้นี้จึงมีชื่อเสียงอย่างมากในปฐพี

อยู่มาวันนึง…เจ้าหมาป่าตัวหนึ่งต้องการฝึกฝนวิทยายุทธ์เพื่อเป็นวูฟเวอรีน มันจึงเดินทางมากราบกรานอาจารย์หมาป่าผู้เก๋าวิชา เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์

ถึงแม้วูฟเวอรีน จะมีกรงเล็บเป็นอาวุธ แต่การใช้อาวุธจนคล่องแคล่วย่อมเกิดจากการฝึกฝน ขอบคุณภาพจาก https://www.empireonline.com/movies/news/wolverine-metal-claws-x-men-days-future-past-explained/

อาจารย์หมาป่าพิศดูหน่วยก้านของเจ้าหมาป่าแล้วคิดว่าหากเจ้าหมาป่าเรียนวิชาไม่สำเร็จ แทนที่เขาจะกลายเป็นวูฟเวอรีน เขาจะกลายเป็นหมาป่าในเรื่องลูกหมูสามตัวซะมากกว่า

แก่นวิชานั้นใช้เวลาอธิบายไปสักหลายวัน ก็อาจจะไม่เข้าใจ
กระบวนท่าใช้เวลาฝึกไปสักหลายเดือน ก็อาจจะยังทำไม่ได้
ถึงทำได้ ก็อาจจะยังทำไม่ได้ดี
ประลองยุทธ์สักหลายปี ก็อาจยังไม่ชนะ

คิดดูแล้วเขาจึงไม่อยากสอนวิชาให้แก่เจ้าหมาป่าตัวนี้เลย

เหล่าโปเกมอนบริเวณนั้นได้ยินอาจารย์หมาป่าคิดดัง ๆ ออกมาเหมือนในละคร ก็รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องน่าคิด…
หากอาจารย์หมาป่าผู้นี้มิได้สอนเจ้าหมาป่าผู้น้อย
หมาป่าผู้น้อยยังคงสามารถไปเรียนวิชากับอาจารย์ท่านอื่นได้ หรืออาจะลองผิดลองถูกดูเอง
จากนั้นเขาอาจกลายเป็นเจ้าหมาป่าในเรื่องหนูน้อยหมวกแดงแทน…
โปเกมอนผู้หนึ่งจึงแสดงความเห็นว่า…
ไม่ว่าเจ้าหมาป่าจะกลายเป็นหมาป่าในเรื่องลูกหมูสามตัว หรือหมาป่าในเรื่องหนูน้อยหมวกแดง หมาป่าจากสองเรื่องนี้ย่อมมีศักดิ์ศรีไม่ต่างกันมากนัก

แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ท่านอาจารย์ได้ประสบความล้มเหลว!!
นั่นเป็นเรื่องน่ายินดี!
เพราะท่านอาจารย์ได้เก่งขึ้นไปอีกหลาย ๆ เลเวลจากความล้มเหลวคราวนี้…

อืม… น่าคิด

--

--

เคยเจอใครสักคนแล้วรู้สึกไม่ชอบบ้างไหม?

ถ้าคุณไม่ได้เป็นยูนิคอร์นที่พึ่งออกมาจากทุ่งลาเวนเดอร์ ก็น่าจะเคยไม่ชอบหน้าใครบ้างสักคนสองคนแหละ

หลาย ๆ ครั้งการไม่ชอบหน้ากันมันเป็นความรู้สึกฝ่ายเดียว

เพราะอะไร?

สาเหตุนึงที่เป็นไปได้ คือ เรากำลังถูกท้าทาย confort zone

การท้าทาย confort zone เป็นยังไงได้บ้าง?

อย่างแรก คือ แนวคิดของเค้า กับของเราแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เราไม่รู้เลยว่า เค้าคิดเป็นเหตุเป็นผลในลักษณะนั้นได้อย่างไร!

อย่างที่สอง คือ เค้าถามโน่นถามนี่เรา …แล้วเราตอบไม่ได้
เราอึดอัด ถูกท้าทาย ฉุน

ถ้าเราหยุดคิดสักนิด ขอให้ถามตัวเองสักคำ ว่า…​
เราหงุดหงิด เพราะ “เค้าถาม”
หรือ หงุดหงิดเพราะว่า เค้าถาม แล้ว “เราเบือกตอบไม่ได้…”

คือ บางที เราหงุดหงิดเพราะถูกท้าทาย แล้วพ่ายแพ้…
หงุดหงิด เพราะเราเองยังไม่ชอบคำตอบของตัวเอง
หงุดหงิด เพราะพอตอบไม่ได้แล้วเราไม่เท่ ไม่คูล
หงุดหงิด เพราะไอ้คนนั้น มันทำให้เราดูเจ๋งน้อยลง แสรด

ซึ่ง… เป็นเรื่องที่ยอมรับได้

เราไม่ชอบหน้ามันได้ แต่อย่าพึ่งไปด่ามัน

กลับไปหาคำตอบของตัวเองก่อน… หลังจากนั้นเราจะพบว่า เออ เราสามารถเลิก “ไม่ชอบหน้ามัน” ได้ไปเองอ่ะ (โดยที่มันอาจจะยังกวนตีนเหมือนเดิม เนี่ยแหละ)

ความเจ็บใจ เป็นแรงขับเคลื่อนที่ดี

จงใช้มันอย่างฉลาด เพื่อผลักดันให้ตัวเองก้าวไปข้างหน้า

ไอ้___ นั่นอาจจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีของเราในอนาคต

คนที่กล้าท้าทายคุณ บางทีเขาเป็นมิตรแท้…

หงอคง ก็มักจะมีคนไม่ชอบเยอะ เพราะชอบไปท้าทายกฎกติกาเดิม ๆ ที่เขาทำ

ขอบคุณภาพปลากรอบ เอ้ย ภาพหงอคง จาก https://www.boxwood-supreme.com/content/5984/how-to-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1

--

--

มีที่แห่งนึง เขาทำงานกันเป็นทีมแต่ไม่มีหัวหน้าลูกน้อง แต่ก็จะมีคนที่ “ถือความรับผิดชอบมากกว่า” กับคนที่ “ถือความรับผิดชอบน้อยกว่า” พวกเขาก็จะมีความเป็นพี่เป็นน้องที่แบบว่าพี่สอนงานน้องกันอยู่บ้าง 👯‍♂️👯 แต่การเรียนรู้งาน ไม่เป็นพี่สอนน้องเสมอไป ของบางอย่าง น้องก็สอนพี่ คนเก่งกว่าสอนเพื่อน ทำยังไงก็ได้ ให้ความรู้ความสามารถมันขยายออกมา นอกจากนี้พวกเขาก็จะใช้วิธีการจุดประกายว่าทำไมน้องควรจะเก่งขึ้น พวกเขาคาดหวังว่าแต่ละคนใช้วิธีขวนขวายไขว่คว้าเอาตัวเองไปอยู่จุดที่จะได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น ถ้าอยากเป็น UX/UI ชอบทำ UX ก็ควรจะขวนขวายที่จะเป็น UX/UI UX/UI เค้าต้องติดสกิลอะไรบ้าง ก็ไปอัพเลเวลตัวเองมา

วรยุทธ์ไร้กระบวนท่า ไร้ตำแหน่ง ไร้หัวหน้า ทำงานได้ด้วยหรือ?
วรยุทธ์ไร้กระบวนท่า ไร้ตำแหน่ง ไร้หัวหน้า ทำงานได้ด้วยหรือ?

มีที่แห่งนึง เขาทำงานกันเป็นทีมแต่ไม่มีหัวหน้าลูกน้อง แต่ก็จะมีคนที่ “ถือความรับผิดชอบมากกว่า” กับคนที่ “ถือความรับผิดชอบน้อยกว่า

เราไม่ได้อยู่สามก๊ก ไม่จำเป็นต้องมีสายบังคับบัญชา — ขอบคุณภาพจาก https://www.sanook.com/game/1004265/ นะคะ

พวกเขาก็จะมีความเป็นพี่เป็นน้องที่แบบว่าพี่สอนงานน้องกันอยู่บ้าง 👯‍♂️👯
แต่การเรียนรู้งาน ไม่เป็นพี่สอนน้องเสมอไป
ของบางอย่าง น้องก็สอนพี่
คนเก่งกว่าสอนเพื่อน ทำยังไงก็ได้ ให้ความรู้ความสามารถมันขยายออกมา

นอกจากนี้พวกเขาก็จะใช้วิธีการจุดประกายว่าทำไมน้องควรจะเก่งขึ้น

พวกเขาคาดหวังว่าแต่ละคนใช้วิธีขวนขวายไขว่คว้าเอาตัวเองไปอยู่จุดที่จะได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ
เช่น ถ้าอยากเป็น UX/UI ชอบทำ UX
ก็ควรจะขวนขวายที่จะเป็น UX/UI
UX/UI เค้าต้องติดสกิลอะไรบ้าง ก็ไปอัพเลเวลตัวเองมา

⛷ อย่างไรก็ตามพวกเขาจะพื้นที่ให้คนได้ลองผิดลองถูก พื้นที่ปลอดภัยที่ “คนที่มีความรับผิดชอบมากกว่า” จะเป็นคนเก็บกวาด หรือ คอยดูแลให้ชิ้นงานของลูกค้าปลอดภัย

คาดหวังให้แต่ละคนเรียนรู้ ปรับปรุงตัวอยู่เสมอ ♞

พวกเขาจะพิจารณาตัวเองบ่อย ๆ ว่าอยู่ห่างจากเป้าหมายแค่ไหน 🎯

ถ้าใครอยู่เฉย ๆ ไม่สนใจขยายความรับผิดชอบอะไร
ไม่ได้อยากจะเก่งขึ้นเท่าไหร่
ก็จะอยู่ยากหน่อย เพราะคนอื่นเขาเก่งขึ้นกันทุกวัน
คนอื่นเขาทำงานดีขึ้นทุกวัน

แต่ถึงไม่สนใจจะเรียนรู้อะไรตามเถอะ การได้อยู่ในแวดล้อมของคนเก่ง (ทั้ง Hardskill และ Softskill) คน ๆ นั้นจะก็ซึบซับ skill ไปเอง
ส่วนจะซึบซับความเก่งไปได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปก็แค่ มาก หรือ น้อย
กว่าจะรู้ตัวว่าถูกสังคมหล่อหลอมให้เก่ง ก็คือตอนที่ไปเจอโลกอันโหดร้าย นั่นแหละ ถึงได้รู้สึกว่า “เห้ย สภาพ environment แบบนี้…​ เราอยู่ไม่ด้ายยยยยย”

--

--

สิ่งหนึ่งที่ผู้คนได้ยินมาเกี่ยวกับ Agile ก็คือเรื่อง self-organizing team หรือ บางทีก็ self-directing team และ self-managing team

ทีมนี้กำลังทำงานกันจนเข้าข้อ เรียกได้ว่า เข้าใกล้ “ความ self-organizing team” เข้าไปทุกเมื่อเช่าวัน ❤ น่ารักจริง ๆ

สำหรับคนที่รู้ Scrum มาบาง ๆ แล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ชวนให้ผู้คนตีความไปผิดทิศผิดทางได้เหมือนกันนะ ⤳

เนื่องจาก Scrum ถูกทำให้เป็น Framework คือมันก็โดน generalize ลงมาระดับนึง ทำให้หลาย ๆ ส่วนเค้าไม่ได้พูดถึงว่าวิธีการเป็นอย่างไร 1–2–3 ทำอย่างไร
สำหรับการทำ Self-organizing team ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะคุยว่า “ทำอย่างไร” ไปอีก

ที่แน่ ๆ คือ Self-organizing team ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ 🧗‍♀️…

--

--